#include"stdio.h"
struct telephone
{
int date;
int month;
int year;
char name[20];
char sex[6];
int age;
char series[20];
float price;
}tel;
void main()
{
printf("Customer in mobile shop");
printf("date is (dd/mm/yy):");
scanf("%d/%d/%d",&tel.date,&tel.month,&tel.year);
printf("name:");
scanf("%s",&tel.name);
printf("sex:");
scanf("%s",&tel.sex);
printf("age:");
scanf("%d",&tel.age);
printf("series:");
scanf("%s",&tel.series);
printf("price:");
scanf("%f",&tel.price);
{
printf("\n\nDisplay your data is\n");
printf("date:%d/%d/%d\n",tel.date,tel.month,tel.year);
printf("name:%s\n",tel.name);
printf("sex:%s\n",tel.sex);
printf("age:%d\n",tel.age);
printf("series:%s\n",tel.series);
printf("price:%f",tel.price);
}
}
DTS 02-01-07-2552
วันอังคารที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2552
วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2552
สรุปการเรียน Lecture 1 เรื่อง Introduction
1. ทราบถึงความหมายของโครงสร้างข้อมูล
2. ทราบถึงประเภทของโครงสร้างข้อมูลว่าโครงสร้างข้อมูลในคอมพิวเตอร์ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน แบ่งออก เป็น 2 ระเภท คือ
2.1 โครงสร้างข้อมูลทางกายภาพ (Physical Data Structure)
2.2 โครงสร้างข้อมูลทางตรรกะ(Logical Data Structure)
3.ทราบถึงการแทนที่ข้อมูลในหน่วความจำหลักว่าในการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ จะมีการแทนที่ข้อมูลในหน่วยความจำหลักอยู่ 2 วิธี คือ
3.1การแทนที่ข้อมูลแบบ สแตติก คือ แถวลำดับ(Array)
3.2การแทนที่ข้อมูลแบบไดนามิกคือตัวชี้หรือพอยน์เตอร์(pointer)
4.ได้ทบทวนเกี่ยวกับสัญญาลักษณ์ที่ใช้ในการเขียนผ้งงาน
DTS 01-17-06-2552
1. ทราบถึงความหมายของโครงสร้างข้อมูล
2. ทราบถึงประเภทของโครงสร้างข้อมูลว่าโครงสร้างข้อมูลในคอมพิวเตอร์ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน แบ่งออก เป็น 2 ระเภท คือ
2.1 โครงสร้างข้อมูลทางกายภาพ (Physical Data Structure)
2.2 โครงสร้างข้อมูลทางตรรกะ(Logical Data Structure)
3.ทราบถึงการแทนที่ข้อมูลในหน่วความจำหลักว่าในการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ จะมีการแทนที่ข้อมูลในหน่วยความจำหลักอยู่ 2 วิธี คือ
3.1การแทนที่ข้อมูลแบบ สแตติก คือ แถวลำดับ(Array)
3.2การแทนที่ข้อมูลแบบไดนามิกคือตัวชี้หรือพอยน์เตอร์(pointer)
4.ได้ทบทวนเกี่ยวกับสัญญาลักษณ์ที่ใช้ในการเขียนผ้งงาน
DTS 01-17-06-2552
สรุปการเรียน Lactrue 2 เรื่อง Array and Record
1.เรียนเกี่ยวกับความหมายของ Array ซึ่งหมายถึง โครงสร้างข้อมูลที่เรียกว่า Linear List คล้ายกับเซตในคณิตศาสตร์ที่มีสมาชิกเป็นจำนวนคงที่มีรูปแบบข้อมูลเดียวกันใช้เนื้อที่ขนาดเดียวกัน เรียงต่อเนื่องในหน่วยความจำหลัก
2.การกำหนด subscript แต่ละตัวประกอบไปด้วยค่าสูงสุดและค่าต่ำสุดประกาศค่า Array
3.การกำหนดชื่อของ Array พร้อม subscript ซึ่งเป็นตัวกำหนดขอบเขตของ Array subscript เป็นตัวบอก มิติของ Array เช่น 1 มิติ ไม่มากกว่า 1 ตัว ซึ่งเรียกว่า Array หลายตัว
4.ส่วน Structure หรือโครงสร้างซึ่งมี ความหมายคือ กลุ่มตัมวอย่างของข้อมูลที่มีชนิดเหมือนกันหรือต่างกัน ก็ได้ซึ่งนำมารวมกลุ่มแล้วเรียกเป็่นวชื่อเดียวกัน Structure มีประโยชน์มากในการสร้างและจัดการสร้างข้อมูลที่ซับซ้อน แต่ต่างจาก Array คือสมาชชิกของ Structure เป็นข้อมูลคนละชนิดกันได้ ส่วนสมาชิกของ Array จะต้องเป็นข้อมูลชนิดเดียวกัน
5. มีลักษณะเหมือนกับการจัดข้อมูลแบบ record ในภาษาปาสคา
6.การประกาศตัวแปรแบบ Structure เช่น
แบบที่ 1
{
char name[30];
float score;
float grade;
};
struct student st1,st2;
แบบที่ 2
{
char name[30];
float score;
float grade;
}st1,st2;สอง
- การประกาศทั้งสองแบบ จะได้ตัวแปร st1 และ st2 เป็นตัวแปรโครงสร้างชนิด student
- การประกาศชนิดองตัวแปรพอยน์เตอร์ (Pointer)
รูปแบบ เช่น
type *variable-name
type เป็นชนิดของตัวแปร
* เป็นเครื่องหมายที่แสดงว่า ตัวแปรที่ตามหลังเครื่องหมายนี้เป็นตัวแปรพอยน์เตอร์ Variable-name เป็นชื่อของตัวแปรที่ต้องการประกาศว่าเป็นชนิดพอยน์เตอร์
ตัวอย่าง
char *prt; หมายความว่าประกาศว่าตัวแปร prt เป็นตัวแปรพอยน์เตอร๋ที่ใช้เก็บตำแหน่งเริ่มต้นที่จะเก็บcharacter
int *a; หมายความว่า ประกาศค่าตัวแปร a เป็นตัวแปรพอยน์เตอร์ที่ใช้เก็บตำแหน่งเริ่มต้นที่จะใช้เก็บinteger
DTS 02-24-06-2552
1.เรียนเกี่ยวกับความหมายของ Array ซึ่งหมายถึง โครงสร้างข้อมูลที่เรียกว่า Linear List คล้ายกับเซตในคณิตศาสตร์ที่มีสมาชิกเป็นจำนวนคงที่มีรูปแบบข้อมูลเดียวกันใช้เนื้อที่ขนาดเดียวกัน เรียงต่อเนื่องในหน่วยความจำหลัก
2.การกำหนด subscript แต่ละตัวประกอบไปด้วยค่าสูงสุดและค่าต่ำสุดประกาศค่า Array
3.การกำหนดชื่อของ Array พร้อม subscript ซึ่งเป็นตัวกำหนดขอบเขตของ Array subscript เป็นตัวบอก มิติของ Array เช่น 1 มิติ ไม่มากกว่า 1 ตัว ซึ่งเรียกว่า Array หลายตัว
4.ส่วน Structure หรือโครงสร้างซึ่งมี ความหมายคือ กลุ่มตัมวอย่างของข้อมูลที่มีชนิดเหมือนกันหรือต่างกัน ก็ได้ซึ่งนำมารวมกลุ่มแล้วเรียกเป็่นวชื่อเดียวกัน Structure มีประโยชน์มากในการสร้างและจัดการสร้างข้อมูลที่ซับซ้อน แต่ต่างจาก Array คือสมาชชิกของ Structure เป็นข้อมูลคนละชนิดกันได้ ส่วนสมาชิกของ Array จะต้องเป็นข้อมูลชนิดเดียวกัน
5. มีลักษณะเหมือนกับการจัดข้อมูลแบบ record ในภาษาปาสคา
6.การประกาศตัวแปรแบบ Structure เช่น
แบบที่ 1
{
char name[30];
float score;
float grade;
};
struct student st1,st2;
แบบที่ 2
{
char name[30];
float score;
float grade;
}st1,st2;สอง
- การประกาศทั้งสองแบบ จะได้ตัวแปร st1 และ st2 เป็นตัวแปรโครงสร้างชนิด student
- การประกาศชนิดองตัวแปรพอยน์เตอร์ (Pointer)
รูปแบบ เช่น
type *variable-name
type เป็นชนิดของตัวแปร
* เป็นเครื่องหมายที่แสดงว่า ตัวแปรที่ตามหลังเครื่องหมายนี้เป็นตัวแปรพอยน์เตอร์ Variable-name เป็นชื่อของตัวแปรที่ต้องการประกาศว่าเป็นชนิดพอยน์เตอร์
ตัวอย่าง
char *prt; หมายความว่าประกาศว่าตัวแปร prt เป็นตัวแปรพอยน์เตอร๋ที่ใช้เก็บตำแหน่งเริ่มต้นที่จะเก็บcharacter
int *a; หมายความว่า ประกาศค่าตัวแปร a เป็นตัวแปรพอยน์เตอร์ที่ใช้เก็บตำแหน่งเริ่มต้นที่จะใช้เก็บinteger
DTS 02-24-06-2552
วันพุธที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2552
ประวัติ
นางสาว วิภาวดี กองสอน
MISS. WIPAWADEE KONGSON
รหัส 50152792079
หลักสูตร การบริหารธุรกิจ (คอมพิวเตอร์ธุรกิจ)
คณะ วิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต
E-mail address:u50152792079@gmail.com
DTS 01-24-06-2552
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)